ทางเลือกแทน Duolingo สำหรับเรียนคำศัพท์
Duolingo กับ KoKo ทำหน้าที่ต่างกัน Duolingo เป็นคอร์สที่สอนทั้งภาษาด้วยบทเรียนสั้น ๆ KoKo ดูแลเฉพาะคำศัพท์ จึงลงลึกได้มากกว่า KoKo เป็นแอปของเรา หน้านี้บอกด้วยว่า Duolingo ดีกว่าตรงไหน และหลายคนได้ประโยชน์จากการใช้ทั้งสองแอป
สิ่งที่ Duolingo ทำได้ดีมาก
Duolingo ฝึกทั้งภาษา: ประโยคให้แปล การฟัง การออกเสียง และไวยากรณ์ที่เรียนผ่านการฝึก ตั้งแต่วันแรกมีเส้นทางให้เดิน บทเรียนสั้น และรูปแบบเกมทำให้อยากกลับมา ใช้ได้บน iPhone, Android และเบราว์เซอร์ ส่วนใหญ่ฟรีและมีโฆษณา
KoKo ต่างอย่างไร
ใน KoKo คุณเลือกเองว่าจะเรียนอะไร: 38 หัวข้อ ตั้งแต่ร่างกายมนุษย์จนถึงการเงิน และ +6,000 คำในสามระดับ คำที่เรียนแล้วจะกลับมาหกครั้งโดยเว้นช่วงตั้งแต่หนึ่งวันถึงสี่เดือน และคุณพิมพ์คำนั้นจนจบ ไม่มีโฆษณา ไม่ต้องสร้างบัญชี และทุกอย่างใช้ได้โดยไม่ต้องต่อเน็ต
KoKo และ Duolingo โดยสรุป
| เกณฑ์ | Duolingo | KoKo |
|---|---|---|
| อุปกรณ์ | iPhone Android เบราว์เซอร์ | iPhone |
| เนื้อหา | คอร์สแบบมีผู้นำทีละบทเรียน | รายการสำเร็จรูป: +6,000 คำ 38 หัวข้อ |
| เรียนอะไร | ทั้งภาษา: ประโยค การฟัง ไวยากรณ์ | คำศัพท์มากกว่า 30 ภาษา |
| การทบทวน | ฝึกนึกคำระหว่างคอร์ส | ทบทวนแบบเว้นระยะ หกครั้งที่กำหนดไว้แล้ว |
| ฟรี | เกือบทั้งหมด มีโฆษณา | หนึ่งหัวข้อจาก 38 ที่เหลือต้องสมัครสมาชิก |
| โฆษณา | มีในเวอร์ชันฟรี | ไม่มี |
ใช้ Duolingo ต่อไป ถ้า
- คุณเป็นมือใหม่และอยากได้คอร์สครบที่พาไปทีละขั้น
- คุณอยากฝึกการฟัง การออกเสียง และไวยากรณ์
- คุณอยากเรียนโดยไม่เสียเงิน
- คุณเรียนบน Android หรือคอมพิวเตอร์
ลองใช้ KoKo ถ้า
- ไวยากรณ์พอไหว แต่คำศัพท์ยังไม่พอ
- คุณอยากเลือกหัวข้อเอง: งาน ท่องเที่ยว สุขภาพ…
- คุณอยากเขียนคำได้ ไม่ใช่แค่จำได้
- คุณอยากเสริมการเรียนคำศัพท์จริงจังควบคู่กับ Duolingo
